จดไว้ว่าติดตรงไหน แล้วค่อยไปต่อ

เด็กที่พื้นคณิตยังไม่แน่นมักเสียเวลาไปกับสิ่งเดียวกันเสมอ คือการนั่งอยู่กับข้อที่ทำไม่ได้ยาวเกินจำเป็น อ่านโจทย์ซ้ำ ลบแล้วเขียนใหม่ ไม่ได้เดินหน้าและไม่ได้พักจริง พอลุกจากโต๊ะสิ่งที่เหลืออยู่คือความรู้สึกว่าวันนี้ทำไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีข้อที่ทำได้อยู่หลายข้อ

กติกาข้อเดียว

ติดตรงไหน จดไว้ว่าติดตรงขั้นไหน แล้วไปต่อข้อถัดไป

ไม่ต้องจดยาว จดข้างข้อนั้นสามบรรทัด

ตัวอย่างของบรรทัดที่จดจริง เช่น "ทำถึงตอนหาตัวส่วนร่วม แล้วไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนตัวเศษยังไง" หรือ "แทนค่าเสร็จแล้ว ติดตรงย้ายข้าง"

ทำไมการจดถึงเปลี่ยนอะไรได้

เพราะของที่ค้างอยู่ในหัวแบบไม่มีชื่อ จะใหญ่กว่าความจริงเสมอ มันจะถูกเรียกรวมกันว่า "ทำไม่ได้" ทั้งที่จริงแล้วสิ่งที่ติดคือขั้นเดียวกลางทาง

พอเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือหนึ่งบรรทัด สองอย่างจะเกิดขึ้นทันที อย่างแรกคือขนาดของปัญหาหดลงเหลือเท่าของจริง อย่างที่สองคือมันมีที่อยู่ ไม่ต้องแบกไว้ในหัวตลอดเวลาที่ทำข้ออื่น

รอบหน้าที่กลับมานั่งใหม่ก็ไม่ต้องเริ่มข้อนั้นใหม่ทั้งข้อ เปิดกลับมาที่บรรทัดที่จดไว้บรรทัดเดียว ส่วนใหญ่ใช้เวลาสั้นกว่าที่คิด เพราะงานที่เหลือคือขั้นเดียว ไม่ใช่ทั้งข้อ

ข้อที่จดไว้แล้วทำยังไงต่อ

เอาบรรทัดนั้นไปถามคนที่สอนอยู่ ถามให้ตรงขั้น เช่น "ตรงย้ายข้างนี้ทำไมเครื่องหมายเปลี่ยน" จะได้คำตอบที่ใช้ได้จริงกว่าการยื่นทั้งข้อแล้วบอกว่าทำไม่ได้

ถ้ายังไม่มีใครให้ถามตอนนั้น ให้ค้างไว้ก่อนได้ ของค้างที่มีชื่อไม่ใช่ปัญหา ของค้างที่ไม่มีชื่อต่างหากที่ทำให้ไม่อยากกลับมานั่งอีก

สิ่งที่ผู้ปกครองช่วยได้โดยไม่ต้องรู้วิธีทำโจทย์

ถามคำถามเดียวหลังเขาลุกจากโต๊ะ วันนี้จดของค้างไว้กี่บรรทัด

ถ้ามีสักบรรทัด แปลว่าเขารู้แล้วว่าพรุ่งนี้ต้องเปิดกลับมาตรงไหน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้การนั่งครั้งถัดไปเริ่มง่ายขึ้น

โจทย์และเฉลยคณิต ม.ต้น ที่เราเขียนขึ้นเอง · ไม่สังกัดหน่วยงานรัฐ · ไม่รับประกันผลการเรียน